ข่าวฟุตบอลวันนี้ ข่าวสด

สิงห์,ผี ร่วง! นิวคาสเซิ่ล ฮอตบุกทุบสถิติ สเปอร์ส ผงาดขึ้น ท็อปโฟร์

“นิวคาสเซิ่ล” ผลงานดีต่อเนื่องรวมพลังบุกเชือด สเปอร์ส 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 21 คะแนนขยับแซง แมนยู เชลซี ขึ้นมารั้งอันดับ 4

ส่งให้ “ไก่เดือยทอง” ที่ยังยึดอันดับ 3 แพ้ 2 เกมติดเสียสถิติพ่ายในบ้านนัดแรกของซีซั่นหลังเฮมา 7 เกมรวดหยุดอยู่ที่ 23 แต้มตามหลัง อาร์เซน่อล จ่าฝูง เพิ่มเป็น 5 คะแนนแล้ว

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน สเปอร์ส อันดับ 3 เปิด ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล อันดับ 6

อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่ ไก่เดือยทอง เกมล่าสุดพาทีมบุกไปพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2 เกมนี้จัดคู่หน้าเป็น ซน ฮึง-มิน และแฮร์รี่ เคน ล่าตาข่าย ขณะที่ทีมเยือน สาลิกาดง ของ เอ็ดดี้ ฮาว ไม่แพ้ใครในลีกมา 6 นัดติดต่อกันแล้ว ฟอร์มล่าสุดเฉือนเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 เกมนี้จัดสามแนวรุกเป็น โชลินตอน, คัลลัม วิลสัน และมิเกล อัลมิร่อน

เปิดฉากมาแค่ 40 วินาที สเปอร์ส ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ซน ฮึง-มิน ลากบอลจากแดนตัวเองขึ้นมาก่อนตะบันด้วยซ้ายเต็มแรง ทว่าบอลพุ่งไปเข้ามือ นิค โพ๊พ

นาที 3 ไก่เดือยทอง สวนขึ้นมาอีก เคน แทงบอลทะลุถึง เอแมร์ซอน โรยัล ก่อนจ่ายให้ สคิปป์ แล้วป้ายต่อถึง ซน ดึงเข้าขวาปั่นเลยสามเหลี่ยมตกบนตาข่ายแบบสุดเสียว

จากนั้น นาทีที่ 8 ซน มีโอกาสหนที่สาม รับบอลจาก โรยัล ก่อนตัดสินใจอัดด้วยซ้ายนอกกรอบ แต่บอลเหินคานออกไปไกล

นาที 11 โอกาสทองของ สเปอร์ส ที่น่าจะได้ประตูขึ้นนำ หลัง แฮร์รี่ เคน แทงบอลให้ ซน ฮึง-มิน หลุดเดี่ยวแต่ชิพไปติด นิค โพ๊พ ก่อนที่ คีแรน ทริปเปียร์ วิ่งมาเคลียร์บอลออกไป

เจ้าบ้านยังดาหน้าบุกแหลกอยู่ฝ่ายเดียว นาที 23 เคน ลากขึ้นมาทางขวาก่อนล้มต้วป้ายออกมาทางซ้ายถึง ไรอัน เซสเซอญง ซัดด้วยขวาไปติดบล็อค ทริปเปียร์ ออกหลัง

ข่าวฟุตบอลวันนี้ ข่าวสดวันนี้

นาที 28 ไก่เดือยทอง ชวดได้ประตูขึ้นนำอีกหลัง เคน ควบบอลขึ้นมาเองก่อนลากจึ้ ฟาเบียน แชร์ ซัดไปติดขา นิค โพ๊พ อย่างน่าเสียดาย

นาที 32 แฟนเจ้าบ้านต้องเงียบกริบ หลัง นิวคาสเซิ่ล เป็นฝ่ายชิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะตักบอลยาวขึ้นมา อูโก้ โยริส ออกมาตัดบอลพลาดโดน คัลลัม วิลสัน เก็บบอลนอกกรอบก่อนชิพข้ามหัว โยริส เข้าไปอย่างเหนือชั้น แม้แข้งสเปอร์สจะประท้วงว่า โยริส โดน วิลสัน ขวางแต่ไม่เป็นผล วีเออาร์ เช็กแล้วให้เป็นประตูแก่ทีมเยือน

เท่านั้นยังไม่พอ แฟนเจ้าบ้านต้องช็อกตาตั้งอีกหลัง นาที 40 มาเสียเม็ดที่สองติดๆให้ นิวคาสเซิ่ล นำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ โยริส ออกบอลน้ำหนักไม่ดีโดน ชอน ลองสตาฟฟ์ โขกตัดได้ให้ มิเกล อัลมิรอน เบียดเอาชนะ ไรอัน เซสเซอญง เข้าไปซัดเสาแรกผ่านตัว โยริส เข้าไปตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 5 ใน 5 เกมของดาวเตะทีมชาติปารากวัย จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล บุกมานำ สเปอร์ส 2-0

เปิดฉากครึ่งหลัง ทีมเยือน พลาดได้จุดโทษ โชลินตอน ตามมาเก็บบอลในเขตโทษฝั่งซ้ายโขกชงเข้าในไปติดแขน เอแมร์ซอน โรยัล ผู้ตัดสิน ใจแข็งไม่เป่าให้ แถมไม่มีสัญณานจากห้อง วีเออาร์

จากจังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุมทางซ้ายบอลโค้งเข้าเขตโทษโค้งมาเสาไกลเข้าทาง มิเกล อัลมิร่อน หวดด้วยซ้ายตามน้ำติดเซฟ อูโก้ โยริส ล้มตัวตะปปออกมาได้ทัน

นาทีที่ 54 “ไก่เดือยทอง” ตีไข่แตกไล่มา 1-2 จากลูกเตะมุมทางซ้ายบอลโค้งมาเสาแรกถึง โรดริโก้ เบนตานกูร์ ขวิดเปลี่ยนทางมาเสาไกลเข้าทาง แฮร์รี่ เคน ทิ้งตัวโขกชาร์จเข้าไปไม่เหลือ

จากจังหวะนี้ ผู้ตัดสิน รอเช็ค วีเออาร์ อยู่นานเนื่องจากบอลเหมือนไปโดน ดาวินซอน ซานเชซ ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า สุดท้ายไม่สามารถยืนยันได้ยกประโยชน์ให้ สเปอร์ส

60 นาทีผ่าน “สาลิกาดง” หวิดบวกสกอร์เพิ่ม โจ วิลล็อค เก็บบอลทางซ้ายดึงหาช่องปั่นเข้าเขตโทษถึง คัลลัม วิลสัน โฉบมาสะกิดเปลี่ยนทางผ่านมือ อูโก้ โยริส ถากเสาสองออกหลัง

ต่อมานาทีที่ 70 สเปอร์ส พยายามเร่งเครื่อง แฮร์รี่ เคน ถอยมาเก็บบอลหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายแทงลอดขา คีแรน ทริปเปียร์ เข้าเขตโทษถึง อิวาน เปริซิช ปั่นตามน้ำเสียดายตรงตัว นิค โพ๊พ

ท้ายเกม เจ้าถิ่น มาได้เสียวส่งท้าย อิวาน เปริซิช ครอสบอลทางซ้ายโค้งมาหน้ากรอบ 6 หลาเข้าหัว เอริก ดายเออร์ โฉบมาขวิดหลุดเสาแรกออกหลังก่อนโดนผู้ช่วยผู้ตัดสิน จับล้ำหน้า หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม สเปอร์ส 1 นิวคาสเซิ่ล 2

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สเปอร์ส (3-5-2) :  อูโก้ โยริส – ดาวินซอน ซานเชซ (แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ น.81), เอริก ดายเออร์, เกลมองต์ ลองเลต์ (เบน เดวิส น.81) – เอแมร์ซอน โรยัล , อีฟส์ บิสซูมา, โรดริโก้ เบนตานกูร์, โอลิเวอร์ สคิปป์ ลูคัส มูร่า น.66) , ไรอัน เซสเซอญง (อิวาน เปริซิช น.61) – ซน ฮึง-มิน, แฮร์รี่ เคน

นิวคาสเซิ่ล (4-3-3) : นิค โพ๊พ – คีแรน ทริปเปียร์ , ฟาเบียน แชร์ , สเวน บ็อตมัน , แดน เบิร์น – บรูโน่ กิมาเรส (จอนโจ เชลวีย์ น.89), โจ วิลล็อค (เจคอบ เมอร์ฟี่ น.75), ชอน ลองสตาฟฟ์ – มิเกล อัลมิร่อน , คัลลัม วิลสัน (คริส วู้ด น.88), โชลินตอน